งานนี้ทำเอา บุ๋ม ปนัดดา ถึงกับเดือด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา บุ๋ม พร้อมด้วย ทนายเจมส์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ หลัง ถูกกลุ่มบุคคลนำรูปภาพ คลิปวิดีโอ และ เสียง ไปตัดต่อ ไลฟ์สดแอบอ้างโฆษณาขายสินค้าผลิตเครื่องสำอางโดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ตัวของบุ๋มและทีมงานได้ทักตักเตือนไปแล้ว แต่ทางสินค้าและแพลตฟอร์มดังกล่าว ยังคงเพิกเฉย
และยังคงนำภาพไปแอบอ้าง โดยสินค้าตัวนี้เป็นของประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีคนไทยเคยไปร่วมไลฟ์สด จนเกิดความเข้าใจผิด และเสียหายเป็นวงกว้าง
“วันนี้ เดินทางมาแจ้งความ ที่มีสินค้าตัวหนึ่ง ที่เอาทั้งหน้า ทั้งชื่อ แล้วก็เสียงของบุ๋มเอง จากพรีเซนเตอร์ตัวที่บุ๋มเป็น
ซึ่งบุ๋มร่วมกับ ดร.จิล วิจัยกันมากว่า 5 ปี กว่าจะมาเป็นครีมทาฝ้า ซึ่งเขาเอาไปใช้ทั้งดุ้นเลยค่ะ เป็นการเอาสินค้าของตัวเองมาสวม
ซึ่งสินค้าตัวนี้มาจากประเทศใหญ่ แล้วสิ่งที่บุ๋มทนไม่ได้ คือการที่คนไทย มาไลฟ์ขายสินค้าตัวนี้ เพราะบุ๋มเข้าไปเม้นท์ สรุปบล็อกบุ๋มอีกค่ะ
พอเราโพสต์สาปแช่งลงในไอจี ก็ส่งข้อความมาขอโทษ แต่ก็ยังยิงแอดอีก 200 กว่าตัว มาวันนี้ก็จะเอาผิดกับคนที่ทำและยิงคลิป
รวมไปถึงคนไทยที่ไลฟ์สด โดยภายในคลิป เขาเอาเราไปตัดต่อกับผลิตภัณฑ์ของเขา ซึ่งยืนยันว่าเป็นของปลอม แถมยังเอาหน้าเราไปแปะที่คลิป”
ซึ่งตอนนี้ก็มีคนสั่งซื้อไปหลายชิ้นแล้ว เป็นระดับไฮโซ เป็นแม่ดารา เห็นว่าเป็นของบุ๋ม ปนัดดา ที่ช่วยเหลือสังคม เห็นไลฟ์ขายขนาดนี้ เลยช่วยซื้อ
สรุปปลอมค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ก็มียี่ห้อที่เป็นตลับ ก็ปลอมเหมือนกัน และบุ๋มก็เสียหายทั้งชื่อเสียง รวมค่าเสียหายสำหรับมูลค่าของตัวเราเองก็เกือบๆ 20 ล้าน”
ด้าน “ทนายเจมส์” เผยว่า “ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีมูลค่าความเสียหายจริง ตามตัวเลข 20 ล้านจริง ทางคู่กรณีต้องชดใช้ตามมูลค่า 20 ล้าน เช่นกัน
เพราะคุณบุ๋มอาจจะสูญเสียโอกาสการเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งวันนี้การเข้ามาแจ้งความ ต้องเอาตัวคนที่ไลฟ์ก่อน เพราะเรายังไปไม่ถึงคนที่ว่าจ้าง
เราจะเอาคนที่ลงมือกระทำความผิดก่อน แล้วค่อยตามไปถึงคนที่ว่าจ้าง ตอนนี้ก็มีหลายเจ้าที่กระทำความผิดก่อน และขอฝากนิดนึงการขายออนไลน์
ซึ่งดารา อินฟลูฯ ก็โดน โดยการโอนเงินนั้น ต้องระวังนิดนึง บางแอพพิเคชั่นบางอัน ก็ไม่สามารถพิสูจน์ตัวตนได้ ต้องไปสืบค้น เพราะว่าเงินพวกนี้ไม่รู้กระจายไปที่ไหน บริษัทเหล่านี้โกง 100% คับ”
ขอบคุณข้อมูล: boompanadda