เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งที่น่าจับตามอง สำหรับ เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ มิสแกรนด์ขอนแก่น 2025 ได้เปิดใจถึงความรู้สึกในการกลับมาประกวดครั้งนี้ หลังจากที่เคยสูญเสียความมั่นใจว่า “ถ้าครั้งนี้ต้องสู้อย่างหมาจนตรอกก็ต้องทำ”
อะไรที่ทำให้เราอยากกลับมาประกวดอีกครั้ง?
เอาตรงๆคือก่อนหน้านี้มีภาวะที่ซึมเศร้าแล้วก็รู้สึกสูญเสียตัวตน จากการที่เราพยายามที่จะเข้ากับรสนิยมการเล่นโซเชียลของคนรุ่นใหม่ ซึ่งความจริงแล้วการปรับตัวเป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่ว่าเราอาจจะทำมันแบบเร็วเกินไป และกดดันตัวเองมากๆ จนมันมาถึงจุดที่เราแตกสลาย ไม่แน่ใจว่าเราจะกลับมารักตัวเองอีกครั้งได้ยังไง มันมีวันที่เรารู้สึกว่ากับนางงามมันเหนื่อยมาก
เราอาจจะยังมีสัก 1 เปอร์เซ็นต์ที่อยากกลับมาอยู่ตรงนี้ แต่ 99 เปอร์เซ็นต์ เราคิดว่าเราหมดก๊อกแล้ว มันเหมือนนี่คือน้ำหยดสุดท้าย ที่มันไม่อาจจะหยดออกมาได้อีกแล้ว แล้ววันหนึ่งเหมือนเราแค่ตื่นขึ้นมาแล้วเราคิดถึง ชีวิตสมัยเป็นนางงามถ้าเป็นตอนนี้เมื่อก่อนเราคงทำอย่างโน้นอย่างนี้อยู่เนอะ
เราก็เลยรู้สึกว่าจริงๆแล้วการเป็นนางงามมันไม่ได้ดีหรือว่าแย่แต่มันอยู่ที่ว่าเราเอาสิ่งนั้นมาสอนชีวิตเรายังไง แล้วเราก็คือว่าด้วยสภาวะที่เราเป็นตอนนั้น ที่มันพยายามจะเป็นให้ได้ทุกอย่างสำหรับทุกคน เราอยากจะลองเริ่มต้นใหม่ในแบบที่ ให้เรารู้จักรักตัวเองมากขึ้น ก็คือเราอยากจะเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน แต่เป็นในแบบสำหรับคนที่มองหาในสิ่งที่เป็นเรา
ก็คือบางทีเราอาจจะไม่ได้แมสเราอาจจะไม่ได้เข้าถึงไปหมด เราอาจจะไม่ได้ง่าย แต่เราต้องหาจุดที่ทำให้โลกรู้สึกได้ว่ามันยังมีด้านนี้อยู่นะ แล้วการที่เห็นคนคนนี้ในบางทีมันเยียวยาเขา มันคอนเน็กกับเขาแล้วสิ่งเหล่านี้จะมาช่วยเอมว่าเอมยังมีอะไรดีๆเหลืออยู่ในตัวบ้าง เพราะก่อนหน้านี้มันมีอะไรที่พอเอมทำได้ไม่เก่งมากพอ มันไม่ได้ตรงจริตเรามากพอเรารู้สึกว่าเราไม่มีค่าอะไรเลย
เปิดตัวมากระแสดีมากขึ้นแท่นตัวเต็งไปแล้วตอนนี้?
คือหนูว่าการเชียร์ถ้ามันจะสนุกมันต้องเชียร์ไปก่อน เพราะฉะนั้นมันคงไม่ได้แปลกอะไร มันสนุกที่ได้คุยเนอะ ถามว่ากดดันไหม? ก็ไม่ได้กดดันขนาดนั้น ไม่ใช่เพราะเราคิดว่าเรานอนมงยังไงก็ได้อะไรแบบนี้นะคะ แต่เราพยายามโฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า ก็ทุกรอบในจังหวัดให้ดี หลายคนจะมองว่ามันมองสั้นไปหรือเปล่าแต่สำหรับเอมอยากจะโฟกัส
ถ้าสมมุติมองไกลแล้วมันสะดุดตรงกลาง บางทีอาจจะท้อง่าย เราอาจจะรู้สึกอุ๊ยมันจะราบรื่นไหม แต่ถ้าสมมุติหนูไม่ได้จังหวัดนี้ หนูก็แค่ไปจังหวัดต่อไป ไปจนกว่าหนูจะได้ หนูได้ปุ๊บเป้าหมายต่อไปก็คือประเทศ เพราะหนูคิดว่าคุณสมบัติที่จะไปแข่งระดับประเทศมันได้มีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้เรายังไม่อยากมองไปถึงการเตรียมแผนตรงนั้น เราอยากให้ผลงานมันประจักษ์ในทุกขั้นตอนค่ะ
แต่หลายคนเชื่อมั่นในศักยภาพว่าเราสามารถทำได้สำเร็จ?
หนูก็ดีใจค่ะเพราะว่าหลายๆครั้งหนูก็ไม่มันใจในตัวเอง คือพื้นฐานของเอมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจ ตื่นกลัวง่ายแล้วก็ขี้อายด้วย แต่ว่าคนจะไม่ค่อยรู้เพราะว่าเวลาที่เราต้องออกไปทำจริง เรามีพื้นฐานมาจากการเป็นนางแบบ พอมันต้องออกปุ๊บ ออกไปเลยทำไปเลยก็คือหน้าเราจะนิ่งไปเลย มันเหมือนกับถึงเวลาต้องทำแล้วเราเป็นอีกคน
แต่จริงๆแล้วหลายทีเรามีความกังวล เราได้ใจจากคนอื่นนี้แหละที่มาคอยบอกว่าเราทำได้นะ บางทีเราอาจจะไม่ได้เชื่อในตัวตัวเอง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราเชื่อในคนที่รักเรา ที่คาดหวังและเชื่อในตัวเรา การมีคนเหล่านี้มันทำให้เรารู้สึกว่า อย่างน้อยถ้าเราหมดแรง ข้างในตัวเราเรายังมีความรักของเขาพยุงเราอยู่
ถ้าการกลับมาครั้งนี้มันไม่ประสบความสำเร็จอีก?
เราก็ทำดีที่สุดแล้ว คือคำว่าไม่ประสบความสำเร็จ มันอาจจะไม่ได้แปลว่าไม่ได้ตำแหน่งนะคะ ไม่ได้แปลว่าไม่รวยคือมันอาจจะไม่ได้แปลว่าอะไรเลยที่คนคิดๆกัน เอมคิดว่าถ้าเอมไม่ประสบความสำเร็จมันคือความรู้สึกมากกว่า ว่าสุดท้ายแล้วเราไม่ได้ปลดล็อคบางอย่างในใจเรา สุดท้ายแล้วเราไม่ได้รู้จักกับทุกคนในแบบที่เราเป็นจริงๆ มันจะมีคำแรกแรกเลยที่เข้าวงการนางงาม แล้วก็เอมเชื่อมั่นมากๆตอนนั้นก็คือ
การที่คุณจะออกไปโชว์สิ่งดีๆให้โลกเห็น คุณจะออกไปเฉิดฉาย คุณจะออกไปโชว์ความสง่างาม คุณต้องโชว์ด้านที่อ่อนแอพร้อมๆกับบาดแผล และความกระเสือกกระสนของคุณไปพร้อมๆกัน เอมคิดว่าถ้าเอมไม่ได้ทำสิ่งนี้ หรือว่าเอมทำสิ่งนี้ไม่สุดทางเอมกั๊กมันไว้เอมไม่ประสบความสำเร็จ เอมมีความรู้สึกว่าปีนี้สุดท้ายแล้ว
“ถ้าเราต้องสู้อย่างหมาจนตรอก เราก็ต้องทำ แล้ววันนั้นเราจะไม่รู้สึกเลยว่าเราเสียศักดิ์ศรีหรือเราล้มเหลว เพราะว่าเราสู้จนตัวตายอันนี้คือความรู้สึกของหนู” หนูมีความรู้สึกว่าทุกอย่างไม่ว่าล้มหรือลุกหนูจะพูดคุยกับคนที่รักหนู หนูให้ทุกคนเห็นหมด ว่าการต่อสู้ของเรามันเป็นยังไง แล้วมันจะทำให้เราไปถึงในจุดไหน
เอมว่าการสู้ให้เต็มที่สุดท้ายแล้วไม่มีคำว่าล้มเหลว แล้วมันจะพาเราไปตรงไหนเราก็ค่อย ไปวางชีวิตกับเราให้เข้ากับมันอีกทีเพราะสุดท้ายแล้วชีวิตมันคือการคืบหน้าไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าจบท่อนนี้ตอบได้เลยว่าเราว่าคุณสำเร็จหรือล้มเหลว อีกอย่างการมาประกวดนางงามหรือการทำอะไรใหม่ๆเพื่อตัวเอง
โดยเฉพาะการที่เอมมาแกรนด์ เอมมีความรู้สึกว่ามันมีแต่ได้กับได้ เพราะว่าคุณเติบโตขึ้นเข้มแข็งขึ้น คุณมีสกิลใหม่ในทุกวัน คุณมีโอกาสใหม่ในทุกวัน สุดท้ายแล้ววันที่คุณประกวดจบ คุณเตรียมตัวกลับบ้าน คุณจะมีอะไรข้างในและข้างนอก มากกว่าวันที่คุณกรอกใบสมัครแน่นอน
ขอบคุณข้อมูล: AMARINTV : อมรินทร์ทีวี , มาลองดู Thailand