สำหรับหนุ่ม แอมป์ พีรวัศ ได้ผันตัวมาเป็นพ่อค้าขายขนมปังเพื่อสุขภาพ ชื่อร้าน WHI BE เพราะมีค่าใช้จ่ายทุกวันแต่ไม่มีรายได้เข้ามา หลังเจอผลกระทบจากวิกฤตวงการละคร โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจว่า
ช่วงนี้เป็นพ่อค้า?
“ช่วงนี้นอนตี2 ตื่น 6 โมงเช้าทุกวัน ทำอาชีพใหม่เป็นพ่อค้าขายขนมปังที่สามารถเล่นละครได้นิดหน่อย ตอนนี้มีธุรกิจใหม่ เป็นธุรกิจหลักเลย ผมขายขนมปัง WhiBe (เริ่มขายมานานหรือยัง?) วันนี้เป็นวันที่ 20 พี่ๆให้การตอบรับดีมาก ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อุดหนุน แล้วก็เชื่อใจ ผมใช้ของดีสำหรับคนเป็นเบาหวาน ใครแพ้แป้งสาลีมาทางนี้ ใครอยากจะซื้อให้คุณพ่อคุณแม่มาทางนี้ เพราะสินค้านี้คนซื้อไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ซื้อ ส่วนใหญ่เขาซื้อไปให้คนที่เขารัก พอได้กินของเราเขาก็ติดใจ”
จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจมาจากไหน?
“คือการไม่มีงานแสดงครับ แต่ผมคิดเมื่อตรุษจีนที่แล้ว ไปรวมญาติกันแล้วคุยกับอาโก เราทำอะไรดี แล้วก็พลิกแพลงสูตรมาเรื่อยๆ สูตรที่อร่อยที่สุด ต้องรอกว่าทุกอย่างจะเข้าที่ ทุกอย่างยากมาก พอมันตกผลึก คือตอนที่ผมว่างจากงานละครทั้งหมดแล้ว ตอนนี้มีรอออนแอร์อยู่ 3 เรื่องนะครับ ไม่ได้ออนเลย อาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่ไม่มีเงินเดือน แล้วเรายังมีรายจ่ายอยู่ตลอดเวลา เราได้คุยกันว่าอาโกไม่ได้แล้ว ช่วยผมหน่อย”
เรียกว่าตอนนี้อาชีพนี้เป็นอาชีพหลักของเราเลยไหม?
“หลักเลยครับ ตอนนี้เมียเลี้ยงครับ ผมเป็นคนไม่มีรายได้เลย อยู่ได้เพราะภรรยาเลี้ยง ส่วนละครที่รอออนก็ถ่ายเสร็จหมดแล้ว แล้วเงินก็ใช้หมดแล้วครับ เพราะว่ามันมานานแล้ว ซึ่งมันก็มีค้างอีกน่าจะ 20-30 เรื่องเลยครับที่รอออน ผมก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่ แต่ที่แน่นอนวันนี้เราต้องออกมาหาเงินทันที”
ด้วยความเป็นหัวหน้าครอบครัวเครียดไหม?
“เครียดนะ ตอนแรกก็คิดว่าทำอะไรดี ผมจะพูดคำนี้เสมอ จนภรรยาผมพูดว่า เป็นไงพี่ พี่ไม่ได้พูดคำนี้แล้วนะ เราก็มานึก เออจริง เพราะทุกวันนี้ผมตื่นเช้ามาผมต้องตอบไลน์ ส่งของ ตอนกลางคืนก็ยืนหั่นขนมปัง ตอนนี้ทำงานกันเป็นทีมมาก ไม่ได้มีลูกน้อง ก็ทำกันเองครับ มีภรรยา แล้วก็ลูกชายมาช่วยตัดบับเบิลบ้าง ผมฝึกให้เขา ผมเลี้ยงลูกดีที่สุดที่ผมจะทำให้ได้ เขาเลยไม่รู้ว่าพ่อหาเงินยังไง แต่ 20 วันที่ผ่านมาเขารู้แล้ว แล้วเขาไม่ค่อยเรียกร้องอะไรผมแล้ว พอจะซื้ออะไร ผมบอกป๊าไม่มีเงิน
ถ้าวันนี้อยากกินอะไรให้มาช่วยป๊าขายของ ผมมีค่าตัวให้ เงินนั้นจะเก็บหรือจะใช้ก็แล้วแต่คุณ แต่การที่ทำอะไรแลกแล้วได้เงินมา เพราะฉะนั้นลูกผมก็เริ่มเข้าใจ เริ่มไหว้คนเป็น เด็กรุ่นใหม่การไหว้คนยาก แต่พอเป็นพ่อค้าแล้วเขารู้เลย เขาไหว้เป็น ตอนแรกก็เครียดอยู่ว่าจะปลูกฝังลูกยังไงให้ยกมือไหว้ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดตอนผมไม่อยู่ ลูกจะอยู่ได้ไหมนะ สมมติเราให้อะไรไว้กับเขา ผมว่าผมก็ไม่ต้องห่วงแล้ว รวมถึงธุรกิจด้วย สอนให้เขาเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องส่งต่อธุรกิจนี้ให้เขา เราให้ได้แต่ความรู้ และทักษะ การที่จะตัวเขาเองผมไม่บังคับ เขาจะเป็นอะไรก็ได้”
ต้นทุนที่เรามี ตอนแรกเราไม่ได้มองเลย?
“ต้นทุนของผมจริงๆคือพี่ๆทุกคนรักผม พ่อแม่พี่น้องทุกคนรักผม ผมไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่เราลำบากเรามีตั๋วเด็ก แล้วตั๋วเด็กของผมก็คือ ช่วยหน่อยนะครับ ขอบคุณนะครับ สวัสดีครับ ผมใช้อยู่แค่สามคำ ผมใช้ความจริงใจว่าสิ่งที่เราทำ ถ้าเราทำให้ใครเดือดร้อนเราไม่ทำ แต่ถ้าทำให้ใครเดือดร้อนไงที่สุดก็ไม่อยากทำครับ”
ไม่อายที่จะต้องมาขายของ?
“ไม่อายครับ อายทำไม ผมยังขอพูดคำเดิมนะครับ แล้วเราจะต้องชัดกับเรื่องความไม่อาย ถ้าคุณไม่ได้ไปปล้นเขา คุณไม่ได้ไปทำให้เขาเดือดร้อน การยกมือไหว้ของคุณคือเสน่ห์ มันไม่ได้ทำให้คนเกลียดคุณเลย มันจะยิ่งทำให้คนรักคุณมากขึ้นด้วย”
ตอนแรกยากไหม?
“เขินนะ เพราะอะไรรู้ป่าว ผมโตมากับธุรกิจค้าขายอยู่แล้วตั้งแต่เด็ก แต่ผมดันทำงานในวงการนานมาก แต่การเริ่มธุรกิจวันแรกที่ผมไปนั่งเฉยๆตั้งแต่ 10 โมง อันแรกผมขายได้หก 6 โมงเย็น แล้วก้อนนี้ ข้างร้านเป็นคนซื้อผม อยู่ดีๆแกลุกขึ้นมาแล้วก็พูดว่า “วันนี้ฉันถูกรางวัล ไหนขายอะไร” พูดเสียงดังมาก เพราะไม่มีใครหยุดดูร้านผมเลย ผมก็ไม่รู้จะขายยังไง งง ของเราดีแต่คนไม่รู้จักว่ามันคืออะไร
เขามาซื้อแล้วเอาไปแจกในตลาด แล้วทุกคนก็อุดหนุน วันแรกผมอยู่ได้เพราะทุกคนอุดหนุน หลังจากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันคนเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร รู้แล้วว่ารสชาติเป็น แล้วประโยชน์ของมันเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือมีการซื้อซ้ำ อันนี้ผมชื่นใจ วันแรกที่ได้เงินมาผมน้ำตาจะไหล ดีใจมาก แม้คนข้างๆซื้อ ผมจับมือกับคนในครอบครัวบอกว่าเรามีเงินแล้ว มันภูมิใจพอๆกับเราได้โฆษณาตัวแรก ฟีลนั้นเลย”
ตอนที่ได้จับเงินรู้สึกยังไง?
“มันดีใจ ชื่นใจมาก วันนี้ผมสู้ (ตอนนี้ภรรยาเป็นเสาหลัก?) ใช่ครับ (เขาเป็นกำลังใจให้เรามากๆด้วยใช่ไหม?) ใช่ มันดีใจ (ร้องไห้) (มีอะไรอยากพูดไหม?) ขอบคุณพี่ๆทุกคน ที่รักผมและมั่นใจในตัวผมว่าผมจะทำได้ ผมตั้งใจจริงๆ ผมขอบคุณไม่รู้อีกกี่รอบ ของเราดีจริงๆ ผมส่งตรวจโภชนาการ ผมทำถูกต้อง ผมไม่โกหกลูกค้าเลย เพราะฉะนั้นอยากให้ลองกิน”
เราเป็นตัวอย่างให้คนสู้ชีวิต ไม่อายทำกิน ก่อนหน้านี้ขับแก๊ป มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการขายขนม?
“ผมไม่พะวงอะไรเลย ผมกลัวอย่างเดียว กลัวลูกกับเมียลำบาก แล้วเราเป็นเสาหลัก มันอ่อนไหวนะ แต่พอเริ่มจะหายใจคล่อง ผมเต็มที่ เหนื่อยไหมไม่ต้องพูดถึงเลย หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ขอบคุณคนที่ให้กำลังใจผม เชื่อไหมมีคนขับรถมาหาผม แค่มาจับมือผม แล้วก็บอกว่า “สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้ พี่ติดตามผลงานเราตลอดนะ” เขาก็ลำบาก ผมบอกว่าไม่ต้องอุดหนุนผม แค่มาถ่ายรูปกับผมก็ได้ ทุกคนลำบากเหมือนกัน แล้วมันผ่านไปได้ มัน รู้สึกดีจริงๆ”
อยากให้แชร์มุมมองอาจมีผู้ชายที่เป็นเสาหลักแล้วมีช่วงลำบากเหมือนแอมป์ เขาจะลุกขึ้นยังไง?
“ครอบครัวครับ คนที่จะช่วยคุณได้คนเดียวในชีวิตคือตัวคุณเอง ตัวคุณเท่านั้น ทุกคนที่กำลังท้อแท้ ทุกคนที่กำลังหมดหวัง คุณดูผมไว้ ผู้ชายร้องไห้ได้ ผมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าถ้าอยากดูน้ำตาผมให้ไปดูในละคร น้ำตาผมวันนี้ไม่ได้เป็นน้ำตาของความเศร้า เสียใจ แต่ผมดีใจ และผมขอบคุณจนไม่รู้จะขอบคุณยังไง
คนที่รักและเอ็นดูผมทั้งหมด เขาพยายาม ช่วยผมทุกวิถีทางจริงๆ วันนี้ต้องบอกให้ทุกคนจงยึดมั่น จงเชื่อในความดีที่คุณเคยทำไว้ เพราะถ้าคุณไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน คุณไม่มีวันตกต่ำ เพราะจะมีแต่คนช่วยคุณ จะมีแต่คนซัพพอร์ตและให้กำลังใจคุณ ผมทำงานในวงการมาตั้งแต่อายุ 14 ผมเพิ่งรู้ว่ามีคนรักผมเยอะ ขอบคุณมากๆ”