นบข. เคาะแล้ว จ่ายเงินช่วยชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่

เมื่อวานนี้ รมว.พาณิชย์ พิชัย นริพทะพันธุ์ ฐานะรองประธานคณะกรรมการ นบข. ประกาศข่าวดี นบข.เห็นชอบจ่ายเงินชดเชยเกษตรกรโดยตรง ไร่ละ 1,000 บาท คนละไม่เกิน 10 ไร่ วงเงินงบประมาณ 2,867.23 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรปรับโครงสร้างการผลิตให้ตรงกับตลาด

โดยตั้งคณะทำงานวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับตลาด และมอบกรมการค้าภายในดำเนินการเสนอ ครม. และ พร้อมมาตรการเสริมในการรณรงค์การบริโภคในการจัดทำข้าวถุงจำหน่ายราคาพิเศษ จำนวน 500,000 ตัน

และส่งเสริมการให้สินเชื่อในการส่งออกพร้อมเร่งรัดการส่งข้าวตามสัญญากับจีนอีก 280,000 ตัน เงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเกษตรกร จะให้เฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยมีเงื่อนไขให้เกษตรกรวางแผนปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังบางส่วนไปปลูกพืชอื่นที่ให้มูลค่าสูงขึ้น หรือปรับเปลี่ยนพันธุ์ข้าวที่เพาะปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันกำหนดเงื่อนไขที่เหมาะสม เกษตรกรสามารถดำเนินการได้ มีประสิทธิภาพ รวมถึงให้สอดคล้องกับกลไกตลาด ก่อนนำเสนอครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป และจัดสรรงบประมาณต่อไป

โดยจะให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินการด้านการพัฒนาการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้เป็นที่ต้องการของตลาด อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้ให้กับเกษตรกร

และสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในด้านการตลาดข้าวทั้งภายในและต่างประเทศ ได้อย่างยั่งยืน นายพิชัย เผยภายหลังเข้าร่วมการประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2568 ว่า

“เพื่อเป็นการแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวนาที่ปลูกข้าวนาปรัง กระทรวงพาณิชย์ในฐานะฝ่ายเลขานุการ นำเสนอมาตรการตามข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรทุกมาตรการ ซึ่งที่ประชุม นบข. ได้มีการพิจารณาและเห็นชอบร่วมกันในการมาตรการการสนับสนุนช่วยเหลือชาวนา ในช่วงการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกข้าวนาปรังของประเทศ ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่”

เงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเกษตรกร จะให้เฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเงื่อนไขให้เกษตรกรวางแผนปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังบางส่วนไปปลูกพืชอื่นที่ให้มูลค่าสูงขึ้น หรือปรับเปลี่ยนพันธุ์ข้าวที่เพาะปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันกำหนดเงื่อนไขที่เหมาะสม เกษตรกรสามารถดำเนินการได้ มีประสิทธิภาพ รวมถึงให้สอดคล้องกับกลไกตลาด ก่อนนำเสนอครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป และจัดสรรงบประมาณต่อไป

โดยจะให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินการด้านการพัฒนาการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้เป็นที่ต้องการของตลาด อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้ให้กับเกษตรกร และสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในด้านการตลาดข้าวทั้งภายในและต่างประเทศ ได้อย่างยั่งยืน

นายพิชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในยังได้มีมาตรการในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เป้าหมาย 500,000 ตัน ร่วมกับสมาคมข้าวถุง จัดทำข้าวถุงจากข้าวนาปรัง ส่งข้าวถุงให้ห้างค้าปลีก โมเดิร์นเทรด ร้านค้าท้องถิ่นดึงอุปทานออกจากตลาด ในส่วนของการส่งเสริมการส่งออกข้าวไทย

โดยกรมการค้าต่างประเทศ ขอความร่วมมือ EXIM Bank พิจารณาจัดสรรสินเชื่อพิเศษให้ผู้ประกอบการส่งออกข้าว เพื่อกระตุ้นการรับซื้อและเก็บสต็อกข้าวจากเกษตรกร และเร่งรัดการซื้อขายตามสัญญากับประเทศจีน ปริมาณ 280,000 ตัน และเปิดตลาดส่งออกใหม่ที่แอฟริกาใต้ เพื่อดึงอุปทานออกจากตลาด”